การขยายพันธุ์ไผ่บงหวานด้วยการแยกเหง้า
การขยายพันธุ์ไผ่บงหวานด้วยการแยกเหง้า
ไผ่บงหวาน (Dendrocalamus sp.) เป็นไผ่พันธุ์เศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย มีต้นกำเนิดจากหมู่บ้านนาทุ่ม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย (จากคำบอกเล่าต่อของผู้อาวุโสของหมู่บ้านหลายต่อหลายรุ่น อายุไม่น้อยกว่า 120 ปี) โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากหน่อมีรสชาติหวาน กรอบ ไม่มีรสขมหรือฝาดเหมือนไผ่พันธุ์อื่น จึงเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งบริโภคสดและแปรรูป การขยายพันธุ์ไผ่บงหวานทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่เกษตรกรนิยมใช้มากที่สุดวิธีหนึ่งคือ การแยกเหง้า (การแยกกอ) เพราะให้ต้นกล้าที่แข็งแรง ตรงตามสายพันธุ์แม่ และให้ผลผลิตเร็วกว่าการเพาะเมล็ด
ทำความรู้จักเหง้าไผ่
เหง้า (Rhizome) คือส่วนลำต้นใต้ดินของไผ่ที่ทำหน้าที่สะสมอาหารและแตกหน่อใหม่ ไผ่บงหวานมีระบบเหง้าแบบกอแน่น (Sympodial) คือเหง้าจะแตกแขนงอยู่ใกล้กับกอเดิม ไม่เลื้อยไปไกลเหมือนไผ่บางชนิด ทำให้ง่ายต่อการขุดแยกและควบคุมพื้นที่ปลูก
ขั้นตอนการขยายพันธุ์ด้วยการแยกเหง้า
1. การเลือกกอแม่พันธุ์
เลือกกอไผ่ที่มีอายุประมาณ 1-2 ปี แข็งแรง สมบูรณ์ ปราศจากโรคและแมลงศัตรูพืช ไม่ควรเลือกจากกอที่มีอายุมากเกินไปเพราะเหง้าจะแก่และแตกหน่อได้ยาก
2. ช่วงเวลาที่เหมาะสม
ควรทำการแยกเหง้าในช่วงต้นฤดูฝนถึงกลางฤดูฝน (ประมาณเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม) เนื่องจากมีความชื้นเพียงพอ ช่วยให้ต้นกล้าตั้งตัวและแตกรากใหม่ได้ดี ลดความเสี่ยงจากการขาดน้ำ
3. วิธีการขุดแยกเหง้า
- เลือกลำไผ่ที่มีอายุ 6 เดือน - 1 ปี ที่ติดอยู่กับเหง้าที่สมบูรณ์ มีตาที่ยังไม่แตกหน่อ 2-3 ตา
- ใช้จอบหรือเสียมขุดรอบโคนกอห่างจากลำที่จะแยกประมาณ 30-40 เซนติเมตร
- ตัดลำไผ่ให้เหลือความสูงประมาณ 50-80 เซนติเมตร เพื่อลดการคายน้ำ
- ค่อยๆ แซะดินออกจนเห็นเหง้าและราก ระวังไม่ให้เหง้าฉีกขาดหรือตาเหง้าเสียหาย
- ใช้เลื่อยหรือมีดคมตัดแยกเหง้าออกจากกอแม่ให้มีรากติดมาด้วยพอสมควร
4. การเตรียมและปลูกกิ่งพันธุ์
- ตัดแต่งรากที่ช้ำหรือฉีกขาดออก
- อาจชุบโคนด้วยฮอร์โมนเร่งราก เพื่อกระตุ้นการออกรากใหม่
- นำไปปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ทันที หรือชำในถุงเพาะชำก่อนประมาณ 1-2 เดือนจนแตกใบใหม่แข็งแรงจึงย้ายปลูก
- รดน้ำให้ชุ่มและพรางแสงในช่วงแรกเพื่อลดการคายน้ำ
5. การดูแลหลังปลูก
รดน้ำสม่ำเสมอในช่วง 1-2 เดือนแรก คลุมโคนด้วยฟางหรือเศษหญ้าเพื่อรักษาความชื้น และใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของราก
ข้อดีของการขยายพันธุ์ด้วยการแยกเหง้า
- ตรงตามสายพันธุ์แม่ 100% ไม่มีการกลายพันธุ์เหมือนการเพาะเมล็ด
- ให้ผลผลิตเร็ว เพราะเป็นการต่อยอดจากต้นที่โตแล้ว ใช้เวลาเพียง 1-2 ปีก็เริ่มให้หน่อ
- อัตรารอดสูง เนื่องจากมีรากติดมาพร้อมสามารถดูดน้ำและอาหารได้ทันที
- ต้นทุนต่ำ ไม่ต้องซื้อกิ่งพันธุ์จากภายนอก สามารถขยายพันธุ์เองจากกอที่มีอยู่แล้ว
ประโยชน์ของไผ่บงหวาน
ด้านเศรษฐกิจ
หน่อไผ่บงหวานเป็นที่ต้องการของตลาดสูง ราคาดีกว่าไผ่พันธุ์ทั่วไป สามารถขายได้ทั้งหน่อสดและแปรรูปเป็นหน่อไม้ดอง หน่อไม้ต้ม หรือหน่อไม้อัดปี๊บ สร้างรายได้เสริมหรือรายได้หลักให้แก่เกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง เพราะไผ่ให้ผลผลิตซ้ำได้ทุกปีโดยไม่ต้องปลูกใหม่
ด้านการบริโภคและโภชนาการ
หน่อไผ่บงหวานมีรสชาติหวาน กรอบ อร่อย ไม่ต้องต้มนานเหมือนไผ่ทั่วไปเพื่อลดความขม อุดมไปด้วยใยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย และมีแคลอรีต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก
ด้านสิ่งแวดล้อม
ไผ่ช่วยป้องกันการพังทลายของดิน ระบบรากที่แผ่กว้างช่วยยึดหน้าดินริมตลิ่งหรือพื้นที่ลาดชัน นอกจากนี้ไผ่ยังเจริญเติบโตเร็ว ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และคายออกซิเจนได้ดี เป็นพืชที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ด้านการใช้ประโยชน์อื่นๆ
ลำไผ่บงหวานสามารถนำไปใช้ทำเครื่องจักสาน วัสดุก่อสร้าง หรือทำรั้ว ส่วนใบไผ่สามารถนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์หรือวัสดุคลุมดินได้เช่นกัน
การปลูกไผ่บงหวาน เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
การขยายพันธุ์ไผ่บงหวานด้วยการแยกเหง้าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ ให้ต้นกล้าที่แข็งแรงตรงตามพันธุ์แม่ และให้ผลผลิตได้เร็วกว่าวิธีอื่น เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ต้องการขยายพื้นที่ปลูกหรือเริ่มต้นปลูกไผ่บงหวานเพื่อสร้างรายได้ ทั้งนี้ไผ่บงหวานยังมีประโยชน์รอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ โภชนาการ สิ่งแวดล้อม และการใช้สอยในชีวิตประจำวัน จึงถือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในระยะยาว

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น